บทที่ 11 บทที่ 5 มารขัดคอ 100%
“ปาริมา” เขาเอ่ยเรียกเธอออกมาในที่สุด หลังจากความอดทนใกล้หมดลง เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าไอ้ท่าทางจริงจัง จดข้อความหยิกๆ ที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาตินั้นเสริมรับกับใบหน้าอ่อนหวานให้ดูจริงจังแต่ไร้เดียงสาในเวลาเดียวกัน ซึ่งในความรู้สึกของเขานั่นมัน… ช่างเย้ายวนชวนให้อยากทำอะไรบางอย่าง!
“คะ?”
“ไม่มีอะไร” ตอบเสียงราบเรียบตามปกติแต่แฝงอารมณ์กรุ่นๆ ในอกออกไปด้วย
คเณศร์ต้องการทำลายความรู้สึกประหลาดๆ ของตัวเองที่เกิดกับเด็กผู้หญิงที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากยืนจดบันทึกตามคำสั่งของเขาอยู่ตลอด ชายหนุ่มพยายามอย่างหนักเพื่อควบคุมความ ‘หิว’ ที่เหมือนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ หลังจากเดินวนรอบบ้าน และสั่งงานหลายอย่างไปจนเกือบครบ ความรู้สึกที่พวยพุ่งขึ้นมาดูท่าแล้วคงไม่มีวันสงบลงง่ายๆ หากไม่หาอะไร ‘รองท้อง’ ดังนั้นจุดประสงค์ของการวกกลับมาที่ห้องรับแขกจึงโผล่พรวดเข้ามาในหัวตอนที่สายตาคมปลาบกำลังเลาะเล็มหาเศษหาเลยกับสะโพกงอนงาม และเรียวขาเล็ก
ชายหนุ่มเดินมาทิ้งกายลงนั่งบนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขกพร้อมแผนในหัวที่กำลังตีกันวุ่นวาย
ทำหรือไม่ทำดีวะ!
“มานั่งนี่สิ” มือหนาตบลงบนที่ว่างข้างๆ ตัว สายตาราบเรียบฉายแววเจ้าเล่ห์แสนร้ายออกมาแว๊บเดียวก่อนเลือนหายไป ในที่สุดความหิวก็ทำลายจิตสึกนึกทั้งหมดลงได้!
“คะ?”
“มานั่งตรงนี้ ฉันจะตรวจไอ้ที่เธอจดไป เผื่อว่ามันมีอะไรตกหล่น” เขาตอบกลับไปด้วยสีหน้าปั้นแต่งที่ดูเหมือนคนหงุดหงิด หากแต่ความจริงเป็นความ ‘หิว’ ที่ยิ่งเพิ่มพูนเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวของปาริมาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“นี่ค่ะ” มือเล็กยื่นสมุดบันทึกเล่มกะทัดรัดสีน้ำตาลอ่อนส่งให้เจ้านายด้วยความไร้เดียงสา ในใจคนอ่อนวัยกว่าไร้ความเคลือบแคลงในแววตาแปลกประหลาดที่เจ้านายเมียงมองตลอดเวลาที่พูดคุยกัน
ก็… ใครเลยจะกล้าอาจหาญคิดว่าผู้ชายอย่างเขาพึงใจในตัวหล่อนเล่า!
คเณศร์ผ่อนลมหายใจเข้าออกด้วยอาการร้อนรุ่มในอก ยิ่งร่างเล็กเริ่มขยับเข้ามาใกล้ เอียงหน้ามองตัวอักษรน่ารักซึ่งเจ้าตัวขีดเขียนไว้ไปพร้อมกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นธรรมชาติยิ่งจู่โจมให้ประสาทสัมผัสที่ไวผิดปกติทำงานหนักขึ้น
“ตรงนี้” นิ้วชี้เรียวยาวจิ้มลงบนตัวอักษรน่ารักที่คนตัวเล็กขีดเขียนไว้ ก่อนจะ ‘แกล้ง’ อธิบายอะไรออกไปอย่างไร้สาระ “ฉันบอกแล้วไงว่าเธอต้องทำความสะอาดห้องนอนของฉันเป็นที่แรก”
“เอ่อ ค่ะ เดี๋ยวปริมแก้ใหม่”
“ไม่ต้อง” บอกว่าไม่ต้องด้วยน้ำเสียงสะบัดอย่างควบคุมไม่อยู่ เพราะร่างกายส่วนล่างกึ่งกลางลำตัวมันโป่งพองขึ้นมาเพียงแค่ใบหน้าจิ้มลิ้มอยู่ใกล้จนลมหายใจรดกัน
จะบ้าตาย! คนตบะใกล้แตกโวยวายตัดพ้ออยู่ในใจอย่างหงุดหงิด
“ปริม”
“คะ?” ใบหน้าจิ้มลิ้มเหลอหลาเงยขึ้นมองตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติก็คือริมฝีปากหนาสีเข้มอยู่ๆ ทาบทับลงมาอย่างฉับพลันโดยไม่ให้ทันตั้งตัว!
“อื้อ”
ความร้อนชื้นที่นุ่มละมุนกำลังเลาะเล็มเข้ามาใกล้ รสชาติแปลกใหม่จากสัมผัสชิดใกล้ทำให้คน ‘ไม่เคย’ นิ่งงันตกตะลึงเบิกตากว้าง เผยอปากรับการดุนดันจากเรียวลิ้นแสนร้ายกาจอย่างไม่ประสา ความคิดทุกอย่างที่มีทั้งหมดในหัวหายวับไปเหลือเพียงพื้นสีขาวสะอาดตาที่กระจ่างชัดในดวงตาเพียงเท่านั้น
จูบ… ปาริมาทวนคำคำนี้ในหัวเมื่อริมฝีปากร้ายกาจสอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาหาอย่างหิวโหย ดุดัน แต่แฝงความอ่อนหวานนุ่มนวลอยู่ในนั้น ร่างกายบอบบางเบาหวิวล่องลอยไปกับการชักจูงของคนมากประสบการณ์ที่กำลังงัดสารพัดวิธีดึงความสนใจให้ร่างในอ้อมแขนโอนอ่อนผ่อนตามอย่างห้ามใจไม่ได้
รู้ว่าไม่ควร… แต่คนความอดทนต่ำก็ร่ำร้องในใจว่าเขาอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ยิ่งได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มนิ่มหอมหวานหัวใจยิ่งเต้นโลดกระหึ่มไปด้วยความหึกเฮิม
เขาเป็นจูบแรกของเธอ… ชายหนุ่มผู้ถือวิสาสะช่วงชิงจูบแรกของคนอื่นยิ้มกริ่มในใจอย่างคนมีชัยชนะ
“อืม” ริมฝีปากหนาตะโบมจูบอย่างเอาเป็นเอาตายราวหิวกระหายมาแรมปี ชายหนุ่มไม่เหลือพื้นที่ให้ร่างกายของปาริมาได้หายใจ แขนโอบรัดร่างแน่งน้อยที่เล็กลงเรื่อยยามถูกเขารวบกอดเข้าหาตัว ปากก็ตะโบมจูบ มือก็สาละวนกับแผ่นหลังบอบบางเลยล่วงไปยังสะโพกงอนเงาพอดีมือที่นุ่มนิ่มแต่เด้งรับจนอยากปลดแอกปราการบนร่างกายทั้งเขาและเธอให้หมด เมื่อนั้นร่างกายเล็กบางที่ไม่ได้เล็กอย่างที่เขาคาดเอาไว้จะได้ ‘สัมผัส’ แนบชิดกับร่างกำยำเต็มไปด้วยหมัดกล้ามเนื้อที่เขาแสนภาคภูมิใจกันอย่างที่ใจโหยหา
ทว่า… สวรรค์ของคเณศร์ดูเหมือนจะจบลงในเวลาเพียงชั่ววินาที เมื่อใบหน้าหล่อเหลาทะเล้นร้ายโผล่พรวดเข้ามาในระยะสายตาพร้อมสีหน้าล้อเลียน และน้ำเสียงหยอกเย้า
“Oops!” มือเรียวเสลายกขึ้นปิดปากเหมือนตกอกตกใจ หากแต่แววตากลับทะเล้นร้ายฉายแววล้อเลียนมากกว่าจะเป็นตื่นตกใจอย่างที่แสดงออก
คเณศร์สบถในใจอย่างหัวเสีย นึกก่นด่าทั้ง ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ และไอ้ลูกน้องตัวดีที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน ก่อนจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกมาจากความหอมหวานแสนวิเศษด้วยความเสียดาย
ปาริมาอ่อนระทวยเพราะฤทธิ์ ‘จูบ’ อย่างมีชั้นเชิงของคนมากประสบการณ์จนทรงกายไม่ไหว เอนตัวซุกซบแผงอกกว้างที่รอรับอย่างเต็มใจพร้อมยกมือขึ้นโอบประคองเอาไว้ให้ใบหน้านวลแนบลงไปได้ถนัดถนี่อีกด้วย
“มาทำไม!” คำถามห้วนๆ กับสีหน้าถมึงทึงของ ‘เจ้านาย’ ทำให้คนมาใหม่ทั้งสอง และสามที่เพิ่งเดินตามเข้ามาชะงักงัน
“เอ่อ คะ คือผม” รวิศก้มหน้างุด ไม่รู้จะสรรหาคำตอบใดมาให้ตัวเองพ้นผิด เพราะความสะเพร่าแท้ๆ ทำให้เขา และ ‘แขก’ อีกคนโผล่พรวดเข้ามาในเวลาไม่สมควร
“แหม เคก็…” ‘แขก’ อีกคนที่รวิศเอ่ยถึงกลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่นสิ่งใด ตรงกันข้ามกับเดินเข้าไปใกล้ ‘มือ และเท้า’ ของเจ้านายอย่างอาจหาญ
“ผมมาเยี่ยม” คนบอกมาเยี่ยมยิ้มจนตาปิด ก่อนจะเดินอารมณ์ดีไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกตัวด้วยอารมณ์ที่เหมือนจะแตกต่างจาก ‘เจ้าของบ้าน’ โดยสิ้นเชิง
“ใครเชิญ”
“โอโห้” คนถูกปฏิเสธอ้อมๆ ว่าไม่ต้อนรับทำเสียงฮึดฮัดในลำคอพร้อมทำท่าสะบัดสะบิ้งเกินควรแล้ว เชิดหน้าตอบ “ใจร้าย!”
คเณศร์คิ้วกระตุกรุนแรง ใบหน้าถมึงทึงแดงก่ำลามไปถึงหู ความอดทนที่ต่ำอยู่แล้วเหมือนจะต่ำลงไปอีกเมื่อเห็นใบหน้ายียวนกวนอารมณ์ของ ‘เพื่อน’ ที่นับวันจะไม่อยากนับเพื่อนกับมัน!
“คังแทฮยอน!”
“จ๋า” คนถูกเรียกชื่อเสียงเขียวร้องรับเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างน่าหมั่นไส้
คเณศร์ขบกรามแน่น ดวงตาลุกโชนไปด้วยไฟโกรธที่นานๆ จะมาปรากฏขึ้นมาสักครั้ง ชายหนุ่มเกือบจะพ้นไฟใส่หน้าเพื่อนหากลูกน้องตัวดีทั้งสองไม่เร่งรีบเข้ามาห้าม
“เอ่อ ลูกพี่ครับ” คนถูกสะกิดเรียกลอยหน้าลอยตาหันไปมอง ‘ลูกน้อง’ ของเจ้าของบ้านแล้วทำหน้าตีมึนใส่
“ว่า?”
“เอ่อ เราออกไปหาอะไรทานกันข้างนอกดีไหมครับ” สายตาของรวิศลอบมองเจ้านาย และหญิงสาวในอ้อมแขนของเจ้านายเป็นระยะๆ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของทั้งตนเอง และลูกพี่
“ผมมีร้านดีๆ จะพาไปครับ”
ร้านดีๆ แค่นี้ก็เป็นที่รับรู้กันได้ว่าหมายถึง ‘กิน’ อะไรในช่วงที่หิวนานๆ แบบนี้
“หึ” คังแทฮยอนแค่นหัวเราะ ใบหน้าหล่อร้ายฉายแววเจ้าเล่ห์ก่อนจะหันมองตอบเจ้าของดวงตาแดงก่ำที่กำลังจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อตรงหน้า
“วันนี้ไปก่อนนะ ไว้วันหลังจะมากวน...” ขยับปากเป็นคำบางคำที่แทนอวัยวะเบื้องล่างเสียงเบาแล้วจึงเอ่ยต่อเสียงดัง “ใจใหม่”
“ไอ้!!!”
ไอ้อะไรก็ไม่สามารถสบถได้ทันความคิด เพราะตอนนี้อารมณ์โกรธพุ่งแตะจุดสูงสุดเรียบร้อยแล้ว ยิ่งเห็นแผ่นหลังของคังแทฮยอนที่เดินส่ายก้นไปมาก่อกวนในระยะสายตายิ่งอารมณ์พุ่ง!
“ธเนศ!” เลขาหนุ่มผู้มาที่หลัง และไม่ทันเห็นฉากใดๆ ยืนอยู่ไกลออกไปจึงขยับเข้ามาใกล้เพื่อรับคำสั่ง
“ครับนาย”
“หักเงินเดือนไอ้รวิศสองเดือน!”
“เอ่อ” พูดได้แค่นั้นก็ถอนหายใจแล้วตอบรับเสียงแผ่ว “รับทราบครับนาย’
